ปาล์มน้ำมัน ปลูกแค่ 22 ต้นต่อไร่ ให้น้ำมันถึง 500 กกต่อปี

 

ปาล์มน้ำมัน ปลูกทำไม-ทำไมต้องปลูก  

 

ข่าวคราวในแวดวงเกษตรที่ออกมาตามสื่อต่าง ๆ นั้น ปัจจุบันมีคนให้ความสนใจไม่น้อยไปกว่าเรื่องของการบ้าน-การเมือง จะว่ากันไปแล้วเรื่องการเกษตรที่มีคนให้ความสนใจอ่าน สนใจดู สนใจฟังก็ไม่ใช่มีแต่เกษตรกรเอง ประชาชนทั่วไปก็ให้ความสนใจไม่น้อย หลายคนที่ไม่ใช่เกษตรกร ชาวไร่ ชาวสวน ที่สนใจก็อาจเป็นคนที่เตรียมหรือหาอะไรในวงการเกษตรทำ ซึ่งอาจเป็นคนที่เคยทำเรื่องอื่น ๆ มามากต่อมากแล้ว ผิดหวังเลยอยากจะลองของใหม่เกี่ยวกับการเกษตรดู แต่ก็มีคนอีกไม่น้อยที่ถึงแม้ว่าจะไม่ใช่ชาวไร่ชาวนา ชาวสวนโดยตรง แต่ก็ชอบที่จะรับรู้เรื่องเกษตร เพราะอาจเพียงการให้ความสนใจก็เป็นแค่เพียง รู้ไว้ใช่ว่าเท่านั้น บางคนก็คิดว่าน่าจะรู้ไว้ เพราะเรื่องเกษตรเป็นเรื่อง ใกล้ตัวทุกคนไม่ว่าจะต้องกิน ต้องใช้ผลผลิตและผลิตผลจากฟาร์มทั้งสิ้น บางคนก็คิดว่าที่ต้องให้ความสนใจเรื่องของการเกษตรก็เพราะว่าจะมีผลต่อเงินในกระเป๋าของตัวเอง เพราะผลผลิตเกษตรก็คือตัวป้อนตลาดและกำหนดเศรษฐกิจของประชาชนโดยตรง ข่าวสารเรื่องของการเกษตรนั้น ปัจจุบันมีแทบทุกสื่อที่นำเสนอ โดยเฉพาะทางหนังสือต่าง ๆ โดยจะเห็นได้ว่าในประเทศไทยมีนิตยสารรายเดือน รายปักษ์ที่นำเสนอในเรื่องเกษตรล้วน ๆ เลย หลายเล่ม และที่สำคัญก็คือขายดีเสียด้วย การนำเสนอโดยหนังสือพิมพ์รายวันถึงแม้ว่าจะมีหน้าประจำและเป็นกรอบเล็กอยู่แต่ก็ถือเป็นจุดขายของหนังสือพิมพ์รายวันหลายฉบับที่มีแฟนประจำเป็นจำนวนมาก

เรื่องของการเกษตรที่ผู้คนให้ความสนใจทั่วไปและหาข่าวสาระจากสื่อต่าง ๆ ถือเป็นเรื่องดีเท่ากับเป็นการให้ข้อมูลและกระตุ้นให้เกิดการทำการเกษตรอย่างมีทิศทาง ในช่วง 10-20 ปีมานี้เรามีพืชปลูกที่เมื่อก่อนหน้านั้นมีการพูดถึงมาก แต่ก็เงียบหายไป นั่นคือข่าวคราวเกี่ยวกับ ปาล์มน้ำมันพืชชนิดนี้เมื่อสมัยประมาณเกือบ 40 ปีมาแล้วที่ถูกนำมาปลูกกันอย่างจริงจัง ในจังหวัดกระบี่ มีคนพูดถึงมาก เพราะคนไทยสมัยนั้นเพิ่งจะรู้จัก ปาล์มน้ำมัน โดยที่เรารู้จักยางพารามาช้านาน ปาล์มน้ำมันที่คนไทยรู้จักก็เพียงแต่การนำมาปลูกแทนยางพารา ซึ่งในยุคนั้นราคายางก็ขึ้น ๆ ลง ๆ การกรีดยางเริ่มมีปัญหาในเรื่องของค่าแรงและการขาดแคลนแรงงาน อีกทั้งยังมีข่าวว่ายางสังเคราะห์หรือยางเทียมจะเข้ามาแทรกแซงยางธรรมชาติ ก็เลยทำให้หลาย ๆ คนให้ความสนใจที่จะปลูกปาล์มน้ำมันกันขึ้น ในช่วงนั้นถ้าพอจำได้นึกได้ก็คงได้ข่าวว่าคนมาเลเซียโดยรัฐบาลเขากำหนดปรับแผนที่เมื่อหน้านั้นเขาปลูกยางพารามากที่สุดในโลกเรียกได้ว่ามาเลเซียคือแชมเปี้ยนโลกยางพารา เขามีการลดพื้นที่ปลูกยางพาราลงอย่างต่อเนื่องโดยหันมาปลูกปาล์มน้ำมันกันจนทำให้เราได้แชมป์ยางพาราแทนมาเลเซียไปเลย ความจริงแล้วเรื่องนี้มีคนวิจารณ์กันมากกว่ามาเลเซียคิดผิดเพราะเดี๋ยวนี้นาทีนี้ยางพาราคาดีจริง ๆ เรียกได้ว่าราคายางแผ่นสามารถทำลายสถิติประวัติศาสตร์ยางพาราไทย คือมีราคากว่า 70 บาทต่อกิโลไปแล้ว ซึ่งคนมาเลเซียเขาเสียดาย หรือโทษแผนนโยบายหรือเปล่าไม่รู้แต่คอปาล์มน้ำมันทั่วไปหรือเซียนปาล์มน้ำมันบอกว่าราคายางที่ว่าดีน่ะอย่าเพิ่งหลงระเลิง อาจไม่ยั่งยืนก็ได้ คนกลุ่มนี้บอกว่าปาล์มน้ำมันนี่ซิของจริง เรื่องของปาล์มน้ำมันมีฮิตๆ กันเป็นบางช่วงก็แผ่วเบาลงจนเกษตรกรชาวสวนปาล์มน้ำมันมือใหม่ชักจะรวนเรใจว่าจะเอาอย่างไรดี จะสู้หรือจะถอย จนบางคนถึงกับให้ชื่อปาล์มน้ำมันว่า พืชลังเลเรื่องของปาล์มน้ำมันต่อคนไทยมีที่น่าติดตาม

 

ปาล์มน้ำมันใครปลูกทำไม

ถ้าจะเปรียบมวยว่าใครแน่กว่าใครในแวดวงพืชน้ำมันด้วยกัน ต้องยกให้ปาล์มน้ำมันเขาล่ะ ปาล์มน้ำมันเป็นไม้ยืนต้นที่สามารถให้น้ำมันตลอดปี หลังจากปลูกลงในแปลงเพียง 3 ปี เท่านั้น ปริมาณความสามารถของปาล์มน้ำมันก็คือ ต้นปาล์มน้ำมันที่ปลูกแค่ 22 ต้นต่อไร่ จะให้น้ำมันเป็นผลตอบแทนถึง 500 กิโลกรัมต่อไร่ตอปีขึ้นไป ปาล์มน้ำมันเป็นพืชที่ให้ผลผลิตระยะยาวถ้าดูแลดี ๆ ก็จะให้ผลผลิตแก่ชาวสวนนานเกิน 20-25 ปี ปัจจุบันมีเนื้อที่ปลูกรวมทั้งประเทศประมาณ 2 ล้านไร่ โดยจังหวัดที่เป็นพระเอกในเรื่องการปลูกก็คือกระบี่ ประเทศไทยเราปลูกปาล์มน้ำมันในเชิงการค้ากันอย่างเอาจริงเอาจังในช่วงประมาณปี พ.ศ. 2511 โดยได้ปลูกครั้งแรกที่จังหวัดกระบี่นี่แหละ แต่ถ้าไม่ไปเทียบกับมาเลเซียและอินโดนีเซียแล้ว เขาทิ้งห่างเราหลายช่วงตัว ของเขามีการปลูกกันมากมายทั่วประเทศ มีการปรับปรุงพันธุ์จนได้พันธุ์ดีไว้ใช้เองแล้วก็ยังมีนโยบายและกฏหมายกฏเหล็กห้ามนำเมล็ดพันธุ์ปาล์มเข้าประเทศไทยเสียอีกก็เลยไปกันใหญ่ เรื่องนี้ถามชาวสวนปาล์มยุคเก่า ๆ ก็จะรู้ดี เพราะเมื่อก่อนสมัยการปลูกปาล์มในช่วง พ.ศ. 2511-2530 นั้น คนจะปลูกปาล์มน้ำมันเขาจะต้องนำเมล็ดพันธุ์มาจากประเทศมาเลเซียทั้งสิ้น โดยนำมาจากแหล่งหรือบริษัทที่น่าเชื่อถือ รูปแบบการขนเข้ามาก็คือการบรรจุในถุงพลาสติก ซึ่งภายในมีประมาณ 200 เมล็ดโดยจะเป็นเมล็ดที่งอกแล้ว รวม ๆ กันมาหลายถุงอัดโฟมลงไปใสกล่องขนเข้ามาทางรถยนต์ ส่วนจะต้องเสียสตางค์ค่าดูแลและอำนวยความสะดวกอย่างไรก็ว่ากันไปตามความถนัดของแต่ละคน เมื่อเมล็ดพันธุ์มาถึงเมืองไทยก็ลงเพาะในถุงพลาสติกที่เรียกกันว่า แปลงเพาะซึ่งจะดำเนินการโดยเจ้าของที่อาจทำธุรกิจแปลงเพาะอย่างเดียวก็ได้ ต่อจากนั้นก็จะเพาะจนได้ลูกต้นกล้าปาล์มพร้อมปลูก ก็จะจำหน่ายแก่ชาวสวนต่อไป กฎหมายการนำเมล็ดพันธุ์ปาลืมน้ำมันออกมาจากมาเลเซียเข้าไทยนี้ เขาก็คงคิดได้ว่าถ้าขืนปล่อยเข้าไทยตอ่ไปเห็นที่จะเสียตำแหน่งที่เขายึดครองมาให้ไทย พูดง่าย ๆ ก็คือต้องกันท่าพี่ไทยขอเราไว้ก่อน พร้อมกับออกข่าวเป็นระยะ ๆ ว่าปาล์มน้ำมันปลูกในไทยไม่ได้ ปลูกในไทยไม่งาม ปลูกในไทยไม่ออกดอก ไม่คุ้มทุน เรื่องของเรื่องนี้ก็เลยทำให้ เรางงไปพักหนึ่ง เพราะเรามันมือใหม่ อย่างไรก็ต้องเชื่อฟังมาเลเขา เรื่องของปาล์มน้ำมันยังมีอีกแยะ โดยเฉพาะการที่มีผู้เชี่ยวชาญตัวจริงหรือไม่จริงไม่รู้ออกมาพูดว่า ปาล์มน้ำมันปลูกได้เฉพาะที่เขตเส้นรุ้ง 10 องศาลงไป เพราะปาล์มน้ำมันชอบอากาศร้อนชื้น พูดง่าย ๆ ก็คือชอบอากาศแบบมาเลเซียนั่นแหละ นอกจากนี้ก็มีการกล่าวลอย ๆ ขึ้นมาว่า ปาล์มน้ำมันกินน้ำมากโดยบอกว่าถ้าปลูกปาล์มต้องมีน้ำฝนตกเยอะ ต้นปาล์มน้ำมันกินน้ำวันละ 350 ลิตร คนที่พูดไม่รู้เป็นใคร ไม่มีใครรู้จัก พูดแล้วไปไหนก็ไม่รู้ เราก็เลยจำคำพูดนี้มาตลอด จนเป็นที่หวาดกลัวแก่ชาวไทย ว่าถ้าปลูกปาล์มน้ำมันแล้วน้ำจะหมดจากประเทศไทย คนไทยคงไม่มีน้ำกินน้ำใช้กัน บางคนถึงกับกลัวว่าน้ำใต้ดินก็จะหมดไป เรื่องการกินน้ำของต้นปาล์มน้ำมันนี้ทำให้คนที่คิดจะปลูกถอยหลายก้าว และก็ยังไม่มีข้อมูลทางวิชาการยืนยันว่ามันใช้น้ำเท่าไรกันแน่ แต่ที่แน่ ๆ ก็คือถ้าปาล์มน้ำมันกินน้ำต้นละ 350 ลิตรต่อวัน ลองคูณดูจะเห็นได้ว่า 1 ต้นจะกินน้ำปีละ 127,750 ลิตร หรือคิดเป็นต่อไร่จะกินน้ำปีละ 2.8 ล้านลิตร ตัวเลขนี้ก็ลองพินิจพิจารณาดูเองก็แล้วกันว่า จริงไม่จริงประการใด แต่ที่แน่ ๆ ก็คือคนไทยเชื่อสนิทว่าเป็นจริง เรื่องการกินน้ำมาก ๆ ของต้นปาล์มน้ำมันเป็นจุดอ่อนที่ทำให้ปาล์มน้ำมันกลายเป็นพืชที่ถูกละเลย หรือละเว้นไปเลย การที่จะขยายเนื้อที่ปลูกก็เลยต้องหยุดไป โดยเฉพาะการปลูกนอกพื้นที่ปลูกภาคใต้ ก็เป็นเรื่องที่คนไทยยอมรับกัน การขยายพื้นที่ไปยังภาคอีสานก็สะดุดไปช่วงหนึ่ง การปลุกได้ไม่ได้ในภาคอีสานเป็นความจริงที่ต้องพิสูจน์กันต่อไป

การปลูกปาล์มน้ำมันนั้นเป้าหมายหลักก็คือ การนำน้ำมันปาล์มมาใช้ประโยชน์ ซึ่งเราก็คงรู้เพียงว่าน้ำมันปาล์มนำมาทำเป็นน้ำมันพืชที่ใช้ทอดกล้วยแขก ทอดไข่ ผัดกับข้าวเท่านั้น ความจริงแล้วผลิตภัณฑ์ที่ได้จากน้ำมันปาล์มมีอยู่มากมาย หลายร้อยหลายพันชนิดนับไม่ถ้วน เขาว่ากันว่าตั้งแต่เช้ายันเช้าอีกวันของเราทุกคนล้วนแล้วแต่พึ่งพาผลิตภัณฑ์จากน้ำมันปาล์มแทบทั้งสิ้น น้ำมันพืชที่ถูกใช้ในตลาดผู้บริโภคเรานั้นมาจากหลากหลายพืชผลทางการเกษตรแต่น้ำมันปาล์มถูกใช้ในวงการนี้ โดยมีส่วนแบ่งตลาดประมาณ 66% ในตลาดอุตสาหกรรมสบู่ 10% อุตสาหกรรมขนมขบเคี้ยว 9% และอุตสาหกรรมอื่น ๆ เช่น พลาสติก เครื่องสำอาง น้ำมันหล่อลื่น ยางรถยนต์ รวม ๆแล้วประมาณ 8% เราปลูกปาล์มน้ำมันกันมากในภาคใต้ โดยมีแรงงานสกัดน้ำมันปาล์มประมาณ 53 โรงทั้ง ๆ ที่เราปลูกเพียงเล็กน้อยเมื่อเทียบกับมาเลเซียและอินโดนีเซีย 2 ประเทศรวมกันแล้วเขาปลูกประมาณ 60% ของทั้งโลก ส่วนไทยเราคิดเป็นพื้นที่แล้วเราปลูกเพียงประมาณ 2-3 % ของทั้งโลกเท่านั้น การปลูกปาล์มน้ำมันเพื่อเพียงได้น้ำมันออกมาอย่างเดียวก็เป็นเรื่องใหญ่ ชาวสวนปาล์มที่ชอบปาล์มก็บอกว่าคุ้มค่าดี พอโตขึ้นก็เก็บเกี่ยวได้เงิน ต้นทุนการดูแลรักษาต่ำ ตัดแล้วขายได้เลย ไม่ต้องไปทำอะไร ขายก็ขายทั้งทะลายปาล์มสด ซึ่งราคาที่เขารับซื้อจะเป็นราคาทะลายปาล์มสด ซึ่งจะมีราคาสูง ๆ ก็เคยมีคือตก 3-4 บาท/กิโลกรัม แต่บางช่วงอาจตกต่ำเหลือเพียง 0.8 บาท/กิโลกรัมก็เคยมี เรื่องของปาล์มน้ำมันก็เคยเป็นทั้งละครเศร้าและละครสนุกแก่ชาวสวน เรื่องราคาซื้อขายเป็นเรื่องใหญ่ ซึ่งก็ขึ้นอยู่กับว่าตลาดนั้นมันเป็นตลาดอะไร ในยุคของน้ำมันรถยนต์ราคาแพง น้ำมันปาล์มถูกหยิบยกขึ้นมาอีกครั้งเพื่อทำไบโอดีเซล เรื่องนี้น่าจะทำให้ราคาปาล์มน้ำมันจากฟาร์มมีโอกาสหรือไม่น่าติดตาม

 

ทำไมต้องปลูกปาล์มน้ำมัน

ในอดีตที่เราเพียงแค่ว่าว่าปลูกปาล์มน้ำมันแล้วก็ได้นำมันออกมาแล้วก็นำไปกินไปใช้เท่านั้น เรื่องนี้เรารู้ดี เพราะก็เราทำเพียงแค่นี้ก็เลยมีน้ำมันเหลือกินเหลือใช้ในประเทศจนมีการประท้วงกันตลอด ส่วนเหลือนี้เป็นส่วนเกินที่ทำให้ราคาปาล์มน้ำมันจากสวนร่วงลง จนชาวสวนโวยวาย เรื่องนี้น่าเห็นใจ เพราะของมันล้นตลาดก็ต้องเป็นอย่างนี้แหละ การพัฒนาหรือนำน้ำมันปาล์มมาใช้ประโยชน์ของไทยเรายังไม่ค่อยก้าวหน้า เราทำกันน้อยเมื่อเทียบกับมาเลเซีย เขานำไปทำเป็นอุตสาหกรรมต่อเนื่องมากมายหลากหลาย จนทำให้เขาปลูกปาล์มน้ำมันกันมากก็จริง แต่ความต้องการก็ยังมาก และไม่พออยู่ดี เรื่องนี้ไม่ว่ากันให้เขาทำกันไปเราก็เพียงนั่งดูกัน

เรื่องของพลังงาน วิกฤติที่ทำให้ราคาน้ำมัน (ดีเซล) แพงขึ้นอย่างต่อเนื่องและยั่งยืนก็เลยมีการนำเอาความคิดเรื่องน้ำมันไบโอดีเซลกลับมาคิดกันใหม่ โดยที่รัฐบาลจะให้การสนับสนุนเพื่อขยายพื้นที่ปลูกปาล์มน้ำมันออกไปอีก เป็นล้าน ๆ ไร่ ในภาคอื่น ๆ เช่นภาคอีสาน โดยมีมติคณะรัฐมนตรีให้ใช้น้ำมันไบโอดีเซล ในปี พ.ศ.2555 ทั้งประเทศเมื่อถึงเวลานั้นจะต้องใช้ไบโอดีเซล 8.5 ล้านลิตร/วัน โดยจะมีการทดแทนน้ำมันดีเซลได้ถึง 3,100 ล้านลิตร/ปี คิดเป็นตัวเลขแล้วมากมาย แต่ที่แน่ ๆ ก็คือจะเอาน้ำมันปาล์มมาจากไหน นอกจากจะปลูกขึ้นใช้เองในประเทศ การปลูกปาล์มน้ำมันเพื่อให้ได้น้ำมันที่คิดมาเป็นต่อพื้นที่แล้วให้น้ำมันมากที่สุดเมื่อเทียบกับพืชอื่น ๆ ก็จริง แต่ถ้าจะนำไปทำไบโอดีเซลแล้ว ก็เป็นเรื่องน่าห่วงว่าจะขยายพื้นที่ไปอีกมายแค่ไหนถึงจะพอ การปลูกปาล์มน้ำมันก็เลยมีอนาคตขึ้น จนทำให้เรื่องของปาล์มน้ำมันเป็นเรื่องเด่นเป็นระยะ ๆ ตามช่วงเวลาที่ผ่านมา ในปีนี้มีคนลงทุนเพาะต้นกล้าปาล์มทั้งประเทศมากมาย เชื่อว่ามีอยู่ประมาณ 18 ล้านตันเพื่อรอปลูกในฝนนี้ ซึ่งมีคนมาจดทะเบียนเป็นผู้ทำแปลงเพาะเกือบ 400 ราย เรื่องที่น่าห่วงก็คือการเพาะเพื่อจำหน่ายนี้มีความน่าเชื่อถือเรื่องสายพันธุ์ปาล์มน้ำมันมากน้อยเพียงใดปาล์มน้ำมันก็เป็นพืชระยะยาว ถ้าได้พันธุ์ไม่ดีก็เสียหาย โดยเฉพาะพันธุ์ที่เก็บไต้ต้น หรือที่เรียกว่า วัชปาล์มนั้นน่าเป็นห่วงจริง ๆ การปลูกปาล์มน้ำมันก็เป็นเรื่องที่น่าสนใจแต่ก่อนปลูกก่อนตัดสินใจต้องถามหาข้อมูลให้ละเอียดก่อน อย่างน้อย ๆ ก็ต้องตอบคำถามให้ได้ว่า ปาล์มน้ำมันเราปลูกทำไมและทำไมต้องปลูก ?

 

โดย   ดร.พรชัย เหลืองอาภาพงศ์    

บันทึกเมื่อ : 23/2/2006  

 

รายละเอียดเพิ่มเติม คลิ๊กที่นี้เลย ครับบบบ

3 Comments (+add yours?)

  1. supakron
    Apr 07, 2010 @ 22:55:55

    โรงหีบน้ำมันปาล์มลงทุน 10,000 บาทจ่ายครั้งเดียวเพียงหนึ่งหมื่นบาทครับ 1 ทุน สามารถได้มีรายได้ไปตลอดชีวิตกำลังผลิต 15,000 ลิตรต่อวันรับ สาขาละ 100 คนหรือ 100 ทุน สนใจติดต่อ นายศุภกร เพียรผล 0869666770 เมล์ nararath@gmail.com แผนธุรกิจ โรงงานผลิตน้ำมัน ปาล์มดิบ 1. บทสรุป น้ำมันปาล์ม Palm oil สกัดจากปาล์มน้ำมัน ได้ปริมาณน้ำมัน 0.6 – 0.8 ตัน/ไร่/ปี สามารถนำไปใช้ในอุตสาหกรรมผลิตภัณฑ์อาหาร และใช้เป็นน้ำมันพืชในการปรุงอาหารเนื่องจากมีคุณสมบัติทนความร้อนได้สูง ไม่ทำให้เกิดสารก่อมะเร็ง น้ำมันปาล์มมีราคาต่ำกว่าน้ำมันพืชชนิดอื่น ตลอดจนปาล์มน้ำมันปลอดจากสารตัดแต่งพันธุกรรม (GMOs) สามารถผลิตได้เองในประเทศภาคใต้ และภาคตะวันออก พันธุ์ปาล์มน้ำมันที่กรมส่งเสริมวิชาการเกษตร กระทรวงเกษตรให้เกษตรกรปลูก เป็นปาล์มน้ำมันลูกผสมเทเนอรา โดยเฉพาะที่สามจังหวัดชายแดนภาค ใต้ ปี 2547 – 2550 มีการส่งเสริมการปลูกปาล์มน้ำมันในพื้นที่นาร้าง และป่าพรุ โดยกรมพัฒนาที่ดิน มีการขุดร่อง แจกสายพันธุ์ และปุ๋ย ให้ฟรี ประเทศไทยมีเป้าหมายที่จะขยายพื้นที่ปลูกปาล์มน้ำมันให้ได้ 10 ล้านไร่ ภายในปี 2572 ภายใต้วิสัยทัศน์ การเป็นผู้ผลิตและผู้ส่งออกน้ำมันปาล์มเคียงคู่ผู้นำในระดับโลก ที่สำคัญคือ มาเลเซีย และอินโดนีเซีย มีพื้นที่ปลูกที่ให้ผลผลิตแล้วประมาณ 37 ล้านไร่ มีส่วนแบ่งการตลาดน้ำมันร้อยละ 48 ของตลาดน้ำมันโลก (น้ำมันพืชและสัตว์)

    Reply

  2. ถา
    Dec 21, 2011 @ 06:30:12

    รับจัดหาต้นปาล์ม และบริการปลูกปาล์ม
    สนใจติดต่อ ถา 086-5067475

    Reply

  3. เครื่องสำอาง
    Apr 20, 2013 @ 19:28:52

    It’s great that you are getting ideas from this article as well as from our dialogue made at this time.

    Reply

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s

%d bloggers like this: