.


             แร่โพแทชและเกลือหิน ได้สำรวจพบคลุมพื้นท ี่ของแอ่งสกลนคร และแอ่งโคราช ทางภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ของประเทศไทย ซึ่งคลุมพื้นที่ทั้งหมดประมาณ 50,000 ตารางกิโลเมตร  โดยแร่เกลือหินจะพบวางตัว เป็นชั้นเกิดอยู่ใต้ผิวดิน จำนวน 3 ชั้น ในระดับความลึกต่างๆ  กัน แต่ในบางบริเวณจะพบเพียง 2 ชั้น และบางบริเวณจะพบเพียงชั้นเดียว เกลือหินทั้ง 3 ชั้น จะมีความหนาโดยเฉลี่ยดังนี้ ชั้นบนหนา 20 เมตร ชั้นกลางหนา 70 เมตร และชั้นล่างหนา 134 เมตร ส่วนแร่โพแทชจะพบเกิดร่วมกับแร่เกลือหิน  ซึ่งแร่โพแทชที่พบส่วนใหญ่เป็นแร่คาร์นัลไลต์ (CarnalliteKCl.MgCl2.6H2O) โดยจะพบเป็นชั้นวางตัวอยู่ข้างบนของชั้นเกลือหินชั้นล่างสุด มีความหนาโดยเฉลี่ย 42 เมตร ในระดับความลึกตั้งแต่ 75 ถึง 532 เมตร ส่วนน้อยเป็นแร่ซิลไวต์ (SylviteKCl) โดยจะเกิดเป็นชั้นบางๆ สลับกับแร่เกลือหินและแร่คาร์นัลไลด์ บางแห่งพบชั้นแร่ซิลไวต์ค่อนข้างหนาถึง 19 เมตร สำหรับพื้นที่ศักยภาพ ทางแร่ โพแทช และเกลือหิน  กล่าวโดยสรุปได้ว่าครอบคลุมพื้นที่ เกือบทั้งหมดของแอ่งสกลนคร และแอ่งโคราช ซึ่งอยู่ในเขตจังหวัดต่างๆ ของภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ดังนี้

                   1. แอ่งสกลนคร-จังหวัดหนองคาย จังหวัดอุดรธานี จังหวัดสกลนคร และจังหวัดนครพนม

               2. แอ่งโคราช-จังหวัดขอนแก่น จังหวัดกาฬสินธุ์ จังหวัดมหาสารคาม จังหวัดร้อยเอ็ด จังหวัดยโสธร จังหวัดอุบลราชธานี จังหวัดนครราชสีมา จังหวัดชัยภูมิ จังหวัดบุรีรัมย์ จังหวัดสุรินทร์ และจังหวัดศรีสะเกษ

          จากผลการเจาะสำรวจของกรมทรัพยากรธรณีทั้งหมด 118 หลุม ในทั้ง 2 แอ่งของภาคตะวันออกเฉียงเหนือ สามารถที่จะประเมินปริมาณสำรองของแร่โพแทชได้ทั้งหมดประมาณ 4 แสนล้านตัน และปริมาณสำรอง ของแร่เกลือหิน ได้ทั้งหมดประมาณ 18 ล้านล้านตัน

 


แผนที่แสดงพื้นที่แหล่งแร่โพแทช

แผนที่แสดงพื้นที่แหล่งแร่เกลือหิน


 

ไม่น่าเชื่อ!!   โปแตสเซียม !!ช่วยชีวิต!!

แก้ไขความรู้สึกอยากตาย จากโรคที่ไม่ทำให้ตาย
อิอิ … มาต่อกันค่ะ จากกระทู้โหดร้ายเมื่อวานของเหมียวซาดิส

ย้อนอาการก่อนเนาะ ถ้าเรามีอาการต่อไปนี้ ซัก 30+ นะคะ
1. อ่อนเพลีย ไม่มีแรง

2. รู้สึกเบื่อหน่าย -ซึมเศร้า
3. นอนไม่หลับ

4. มีอาการทางประสาท
5. เวียนหัว-ปวดหัว

 6. เหงื่อแตกบ่อยๆ
7. มือสั่น

8. หัวใจเต้นผิดปรกติ
9. ปวดกล้ามเนื้อปวดหลัง

10. เบื่ออาหาร
11. จิตใจฟุ้งซ่าน ขาดสมาธิ

12. เนื้อตัวชาเป็นบางครั้ง
13. ท้องอืด ท้องขึ้น

14. มือเย็น เท้าเย็น
15. รู้สึกสับสนปั่นป่วน

16. เป็นตะคริวบ่อย
17. เบื่อการพบปะผู้คน

18. อ้วน น้ำหนักเกิน
19. การทรงตัวไม่ดี

20. อยากฆ่าตัวตาย
21. เกิดการชักกระตุก

22. เป็นลมบ่อยๆ
23. ความจำเสื่อม

24. วิตกกังวลง่าย
25. หิวอย่างรุนแรง ก่อนถึงเวลา

26. ลังเลตัดสินใจไม่ได้
27. อยากกินของหวานๆ

28. กามตายด้าน
29. มีอาการภูมิแพ้

30. การประสานงาน ส่วนต่างๆ ของร่างกายเลวลง
31. คันตามผิวหนัง

32. หายใจไม่ออกบ่อยๆ
33. ฝันร้ายบ่อยๆ

34. ปากแห้ง-คอแห้ง
35. ลมหายใจ และปากมีกลิ่นแปลกๆ

36. โมโหร้าย
37. ถ่ายอุจจาระผิดปรกติ

38. ถ่ายปัสสาวะผิดปรกติ
39. หน้าร้อนผ่าวบ่อยๆ

40. ทนเสียงอึกทึก-แสงจ้าๆ ไม่ได้

อาการเหล่านี้ เมื่อไปตรวจแล้ว จะไม่พบความผิดปกติเลยค่ะ จนหมอเขาอาจบอกว่า คิดไปเอง หรือเครียดมากไป แล้วก็ให้ยาคลายเครียดมากินแต่คุณหมอที่ศึกษาเขาไปค้นค่ะ ว่าโรคนี้มีผลมาจาก ระดับน้ำตาลในเลือดต่ำแล้วยังไม่สม่ำเสมออีกตะหาก
ตอนนี้แหละค่ะ ที่จะบอกว่า มันเป็นผลมาจากการใช้ชีวิตของเราๆ ที่เจอเรื่องเครียดๆเอย มลพิษเอย ไหนจะทานอาหารที่อร่อยปาก(ลำบากท้อง) ร่างกายสะสมทั้งพิษทางกาย โดนบีบคั้นทางใจ ทางใจอ่ะ ก็แก้ไขไปตามแนว อันนี้ ทำใจค่ะพี่น้อง ทำจายยย คิดในทางบวกเยอะๆส่วนทางกาย ในเมื่อมันมีเหตุจากการกินตามใจปาก (อันนี้แทงใจเหมียวดังจึ๊กๆๆ)
ก็ต้องแก้จากการกินค่ะอย่ากินอาหารมันๆ รสจัดๆ แป้งแยะๆ อะไรเทือกนั้น ให้หันมาทานจำพวกข้าวไม่ขัดขาว หรือข้างกล้อง ข้าวซ้อมมือ โฮลวีท อะไรพวกนั้นค่ะ เพราะเป็นคาร์โบโอเดรตเชิงซ้อน ย่อยช้าหน่อย ค่อยๆปล่อยน้ำตาลออกมาค่ะ ดึงเวลาให้ระดับน้ำตาลคงที่ หรือ ทานชีวจิตไปเลยก็จะดีค่ะ … ทานชีวจิต ที่จริงไม่ยุ่งยากนะคะ เลือกที่ทำง่ายๆสิคะ ง่ายๆแล้วอร่อยด้วยก็มีแยะค่ะ ( พูดแล้วอยากกินแกงเลียงจังเลย) อ๊ะๆ แต่บางทีการกินแต่อาหารเพื่อปรับสมดุลอย่างเดียวมันก็ไม่ทันกาล
ก็ต้องมีทานยาเสริมเข้าไปบ้าง คุณหมอท่านก็ได้บอกไว้อ่ะค่ะ ว่า

ให้เติมแร่ธาตุกลุ่มเกลือคาร์บอนิคซอลท์ ได้แก่ """โซเดียม แคลเซียม โปแตสเซียม และแมกนีเซียม""" สี่ตัวนี้ค่ะ จะช่วยทำให้อาการป่วยหายเร็วขึ้น

กลุ่มเกลือคาร์บอนิค ที่มีในอาหารนั้น มีดังนี้

โซเดียม ช่วยขับถ่ายทางผิวหนัง (เหงื่อ) ช่วยให้การทำงานของระบบประสาท และกล้ามเนื้อ มีอยู่ใน เกลือ หอย แครอท หัวบีท อาร์ติโช้ค เนื้อสัตว์

แคลเซียม สร้างกระดูก ฟัน เล็บ ช่วยการเต้นของหัวใจ ทำให้นอนหลับ ช่วยให้ธาตุเหล็กทำงานดีขึ้น สร้างเลือด ช่วยระบบประสาท ได้จากนม และผลิตผลจากนม ปลา และกระดูกปลา ถั่วต่างๆ วอลนัท เมล็ดทานตะวัน ถั่วเหลือง ถั่วแดง ผักใบเขียว

โปแตสเซียม ช่วยให้สมองทำงานดีขึ้น ช่วยให้การขับถ่ายดีขึ้น ช่วยลดความดันโลหิต ช่วยแก้ภูมิแพ้ ช่วยรักษาระดับน้ำตาลในเลือด มีในพวกส้ม และผลไม้เปรี้ยว แคนตาลูป มะเขือเทศ แห้ว ผักใบเขียว เมล็ดทานตะวัน กล้วย มัน (หัว)

แมกนีเซียม ช่วยแก้รู้สึกซึมเศร้า ช่วยระบบเลือดหัวใจ ช่วยฟันแข็งแรง ช่วยละลายแคลเซียมสะสม ช่วยในการย่อยมีในมะนาว ส้มโอ ข้าวโพด อัลมอนด์ ถั่วต่างๆ ผักเขียวแก่ แอปเปิ้ล

ถ้าจะทานเสริมอย่างสกัดเป็นเม็ด หรือเป็นอาหารเสริมก็ให้ทาน แคลเซียม 500 มก. โปแตสเซียม 100 มก. แมกนีเซียม 300 มก. (กินทุกวัน ประมาณ 2-3 อาทิตย์) โซเดียมไม่ต้องเติม เพราะคนไทยกินเค็มมากอยู่แล้ว.

ใครที่ทานอยู่แล้ว อย่าไปเบิ้ลนะคะ น้อยไปก็ไม่ดี มาก

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s

%d bloggers like this: